วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559

โลกทั้งใบ


โลกหมุนได้


เพราะรักแท้


ที่เชื่อฟัง


ถ้ารักฉัน


วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เพลง ลูกชิ้น


เพลงนี้ เป็นเพลงที่แต่งให้กับคนสำคัญ ครั้งแรกที่เราคบกัน ต่างคนก็ต่างผอม ไม่มีความสุข สุขภาพไม่ดี ตอนนี้เราเป็นลูกชิ้นกลมโต มีความสุขและสุขภาพดี ..... เข้าไปฟังได้ที่นี่น๊าาา มีเนื้อเพลง มีดนตรี และคุณร้องได้เอง .... เพราะเราคือเรื่องเล่า เคล้าเมโลดี้ https://www.youtube.com/watch?v=KppnkowJVIY



วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม

วันนี้ ขณะที่นั่งมองท้องฟ้าในวันที่ฝนไม่ตก จู่จู่เนื้อเพลงนี้ก็ขึ้นมา "เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ" 
รู้สึกคิดถึงความรัก ไม่ใช่ความรักของฉัน แต่เป็นความรักที่รู้สึกอบอุ่น ความรักในวันที่เรารัก ความรักในวันที่เราได้รับความรัก ..... ท้องฟ้านั่น ทำให้เราสบายใจ ทำให้เรารู้สึกได้รับความรักแม้ในวันที่ไม่มีความรัก ..... ถ้าตอนนี้คุณไม่รักใคร รู้สึกว่าใครไม่รักคุณ ลองมองท้องฟ้าสิ ท้องฟ้าอาจจะกำลังบอกรักคุณก็เป็นได้

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ยังยินดีนะเพื่อน


วันนี้มีเรื่องน่ายินดี สำหรับเพื่อนคนหนึ่งสมัยมัธยม ตอน ม.ปลาย เราไม่ได้สนิทกันมากมายนัก ยิ่งอยู่มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย เรากลับมาเจอกันหลังจากเรียนจบ หลังจากที่ฉันไปกรุงเทพแล้วไปขออยู่ด้วยเสมอ แล้วตอนนี้ก็สนิทกันในระยะห่างที่ต่างก็รู้ว่าเรายังเป็นเพื่อนกัน ..... ฉันดีใจที่เธอจะเดินทางไปสู่ฝันได้สำเร็จอีกก้าวหนึ่ง แน่นอนว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้ เรายังเป็นเพื่อนกัน และยังยินดีต่อกันได้เสมอ ..... 
ปล. อย่าเรียนอย่างเดียว หาสามีด้วยล่ะ แต่ถ้ามันไม่มีมาก็ช่างมัน หาขนมอร่อย ๆ กินเผื่อฉันก็พอ 
 

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เราเพิ่งพบกัน "ความรัก"

ฉันเดินออกมานอกระเบียง มองเห็นความรักโบยบินออกไป จากหน้าต่างชั้น 12 ของตึกตรงข้าม ความรักของฉันก็เช่นกัน เพิ่งพัดผ่านไปเมื่อไม่กี่นาทีนี้ แต่ทันทีที่ฉันปิดประตูแห่งอดีต เปิดประตูของปัจจุบัน ..... ความรัก ก็มาหยุดตรงหน้าฉัน นอกระเบียงนี้ ฉันเจอเธออีกครั้ง “ความรัก”

แดดสีจาง

วันที่แสงแดดอ่อน เบาบางและจางลงไป เมื่อเมฆฝนมาบดบัง แดดสีจางเริ่มเป็นที่คิดถึง แสงแดดหายไปไหน อากาศเย็นแดดไม่แรงไม่เป็นที่ต้องการวันซักผ้า ไม่เป็นที่ต้องการวันจัดงาน ไม่เป็นที่ต้องการวันทำงาน วันออกนอกบ้าน ฯลฯ ...... แดดสีจาง ฉันคิดถึงเธอ สีจางลง เบาลงและหมดไป .... ฉันคิดถึงเธอ จนต่อเมื่อเธอกลับมา ด้วยความร้อนแรง ฉันจะเกลียดเธอ ฉันจะอยากให้เธอจืดจางไป ..... แดดสีจาง เธอผิดอะไร ทำไมเธอเป็นที่ต้องการ และไม่มีใครรักเธอในเวลาเดียวกัน

ลมแรง

วันที่ลมแรง ......
ฉันยิ้มได้ ฉันยิ้มเพราะลมแรง
ฉันยิ้มได้ เพราะฉันยังหายใจ
ฉันยิ้มได้ เพราะฉันยังมีชีวิตอยู่
วันที่ลมแรง ......
ฉันยิ้มได้ เพราะผู้คนมากมายยังต่อสู้เหมือนฉัน
ฉันยิ้มได้ เพราะฉันมีเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย
ฉันยิ้มได้ เพราะฉันไม่ได้อยู่คนเดียว
วันที่ลมแรง .... ฉันยิ้มได้
วันที่ลมแรง .... ฉันหวังว่าคุณจะยิ้มได้ ..... ยิ้มไปพร้อมกับฉัน

ความสุข

ความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน หยุดยาว ใครอยู่สายเที่ยวก็ไปเที่ยว ใครชอบอยู่บ้านก็อยู่บ้าน ทำงานบ้าน จัดบ้าน รดน้ำต้นไม้ จัดสวน ใครสายดูหนังก็ไปดูหนัง ใครสายกิน ก็หาร้านที่ยังไม่เคยไปกินแล้วก็ไปกิน ....... ความสุข คือเราเลือก แม้เราไม่ได้เลือก เพราะอยู่สายเที่ยวแต่ไม่มีเงินเที่ยว ก็ค่อย ๆ เก็บไป วันนึงก็คงได้ไปเที่ยว ..... โชคดี เป็นสายอยู่บ้าน ไม่ชอบไปไหน ถ้าโชคดีได้ซื้อบ้าน วันหยุดก็คงทำแต่งานบ้าน เพราะทุกครั้งที่บ้านสะอาด ฉันจะมีความสุข และไอเดียเรื่องงานก็เกิดขึ้นหลังจากที่บ้านสะอาด ..... ขอให้ทุกคนมีความสุข ในทุกทางที่เลือกค่ะ

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ตามฝัน

บางหนทาง มันไม่มีให้ไป ก็สร้างทางไป บางหนทางมีให้ไป ก็เลือกที่จะไม่ก้าวเดิน ..... ยังคงทำความฝันอยู่ ปลายทางไกลแสนไกล ไม่เหนื่อยที่จะทำมัน แค่นั่งพักในบางวันที่ล้าแรง

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ฝนกำลังจะตก

ฉันยืนล้างจาน ฝนกำลังจะตก ฉันวิ่งไปเก็บผ้า ฝนกำลังจะตก ถ้าฉันไม่ล้างจาน ฉันคงไม่รู้ว่าฝนกำลังจะตก ถ้าฉันไม่รู้ว่าฝนกำลังจะตก ฉันคงไม่เก็บผ้า ...... ฝนกำลังจะตก ฉันล้างจาน ฉันร้องเพลง ...... ฝนกำลังจะตก !!

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2559

มะปรางในความทรงจำ


มะปรางแช่น้ำปลา เป็นเมนูที่ทำให้คิดถึงคุณยาย ทุกหน้าร้อน คุณยายจะไปเก็บมะปรางเปรี้ยวลูกโตผลสีเหลืองอมส้มสวยมาจากสวนคุณหญิงข้างบ้าน ใช้เวลานานในการปอกเปลือก แล้วก็กินแค่คำเดียว ที่เหลือจึงเป็นของฉันทั้งจาน ... คุณยาย เป็นคนที่อยู่ในความคิดถึงเสมอ แม้ว่ามะปรางสีสวยโครตเปรี้ยวแบบนั้นจะไม่มีแล้ว มะปราง 4 ต้นนั้น จากไปเหมือนคุณยาย แต่ฉันก็มักจะตามหามะปรางเปรี้ยว ผลไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของความรักความเมตตาต่อฉันทุก ๆ ฤดูร้อนเสมอ

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ออกกำลังกาย (1)




เพิ่งได้ออกกำลังกายจริงจังมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว (2015) เนื่องจากไปตรวจสุขภาพแล้วหมอบอกให้ออกกำลังกาย เพราะไขมันไม่ดีเกินมานิดนึง อันที่จริงน้ำหนักมาเพิ่มขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา หรือจะบอกอีกทีคือ พออายุ 30 แล้ว อะไร ๆ ก็ไม่เหมือนเดิม

ไม่เหมือนเดิมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ทางร่างกายก็คือระบบต่าง ๆ ไม่ดีเหมือนเดิม ช้าลง ความคล่องตัวก็ลดลง ซึ่งไม่คิดว่าในวัย 30 จะเกิดขึ้น แต่แน่นอน ไม่ได้ดูแลมันตั้งแต่ต้นก็คงเป็นเช่นนี้ เรียกว่ารับกรรมก็คงใช่


ส่วนสภาพจิตใจนั้น พอร่างกายไม่ดีเหมือนวัย 20 ความเครียดสะสมที่ไม่คิดว่าจะเกิดก็เกิด เครียดเพราะร่างกายมันเปลี่ยน ทั้งความเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง การมีรอบเอวที่กว้างขึ้น รวมถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ทำให้เสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้มีมากขึ้น ทำให้ความกังวลเพิ่มขึ้นด้วย

การออกกำลังกายจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้น ....

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กัดไม่ปล่อย


ไม่ค่อยเข้าใจคำว่ากัดไม่ปล่อย เพราะมักจะถอยก่อนจะกัด ..... ตอนนี้ถึงเวลาละ พรรษาเยอะ กัดไม่ปล่อยเป็นไงก็เริ่มลิ้มลอง พอลองก็รู้ มันดีที่ได้กัด มันดีที่ไม่ปล่อย ..... เพราะพอกัดแล้ว ปากมันก็ไม่ว่าง กัดอย่างอื่นก็ไม่ได้ ด่า เห่า หอน ก็ไม่ได้ มันเลยสำเร็จได้เพราะเหตุนั้น ^^

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

สติ


ใจจะถามใจ ใจจะตอบใจ .... เคยมีคนบอกฉันว่า หากเรามีสติ เราจะสามารถให้คำตอบกับตัวเราเองได้ วันที่ฉันพ่ายแพ้หมดหวัง ฉันตัวมืดดำ ใบหน้าเศร้าหมอง ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มบาง ๆ เปื้อนหน้า ฉันพยายามตั้งสติ มองเข้าไปในกระจก ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้ฉัน และบอกกับฉันว่า ฉันยังมีหัวใจ หัวใจดวงนี้ยังอยู่ สิ่งที่ถูกทำลายไป เป็นเพียงความรู้สึกที่ฉันยึดมันไว้เท่านั้น ..... ฉันต้องปล่อยความรู้สึกนั้นจากไป ตัวและหัวใจฉันจะยังอยู่ ฉันจะเป็นคนใหม่ ..... ในวันนั้น ใจของฉัน ปลอบประโลมตัวฉันเองได้อย่างดี .... เพราะสติที่ฉันมีอยู่นั่นเอง

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

รองเท้าของฉัน


ครั้งหนึ่ง มีคนบอกให้ฉันถอดรองเท้าคู่นี้ออก เขาบอกจะประสบความสำเร็จต้องใส่รองเท้าหนังมันวับ ฉันถอดออกตามเขาบอก ฉันทรมานกับรองเท้าคู่ใหม่ได้ไม่ถึงเดือน และฉันกลับมาหารองเท้าคู่นี้อีก ฉันร้องไห้ขอร้องให้รองเท้าคู่นี้ยกโทษให้ฉัน ฉันได้โอกาสนั้น ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ารองเท้าคู่นี้เหมาะกับฉัน และฉันจะไม่มีวันเชื่อคนอื่นมากไปกว่าเสียงของตัวฉันอีก ฉันไม่สนใจอีกแล้วกับความสำเร็จ ฉันขอมีความสุขกับการเดินทางด้วยรองเท้าที่ฉันใส่แล้วมีความสุขก็พอ

อากาศหนาว พี่สาวนอนตด


อากาศหนาว พี่สาวนอนตด อุ่นก้นไปหมด ช่วยลดความหนาว ... มานอนด้วยกัน มาช่วยฉันตด จะได้อุ่นกันหมด ลดอากาศหนาวววววววว ^^

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

ดวงดาว


IRIS : ไอริส เปรี้ยวที่ใจ วัยไม่เกี่ยว


เมื่อช่วงปีใหม่ (1 ม.ค.59) ได้อ่านรีวิวหนึ่ง เขียนถึงหนังเรื่องนี้ว่าเป็นแรงบันดาลใจอย่างดีสำหรับผู้คนทุกเพศทุกวัย เลยตั้งใจว่าถ้ากลับไปเชียงใหม่จะรีบไปดูให้ได้

เนื่องจากโรงฉายน้อยและเป็นหนังสารคดี แล้วหนังก็ฉายมาตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 58 จึงต้องรีบโทรสอบถามกับทางโรงฉายว่าในวันที่กลับไปจะยังคงฉายอยู่หรือไม่

โชคดีที่ยังได้ดู .........

ตอนเปิดเรื่องยังคิดในใจว่ามันจะสนุกไหมนะ เพราะมันออกแนวสารคดีจริง ๆ แต่การนำเสนอของผู้กำกับทำให้ชวนติดตาม และแน่นอนว่าแต่ละคนที่ได้ไปดู ได้อะไรจากหนังเรื่องนี้แตกต่างกัน คนที่ชอบตกแต่งภายในก็จะได้แบบนึง คนที่ชอบแฟชั่นจะได้แบบนึง หรือแม้แต่ใครก็ตามที่ได้ดู จะต้องได้อะไรจากหนังเรื่องนี้แน่นอนไม่มากก็น้อย

สำหรับฉัน ประทับใจในหนังเรื่องนี้มาก ไม่เสียดายเงิน และคงเสียใจหากไม่ได้ดู 

หนังเป็นเรื่องราวชีวิตของไอริสในปัจจุบัน (ช่วงถ่ายทำ) มันไม่ได้พิเศษ ไม่ได้เซ็ตอะไร (ก็สารคดีอ่ะเนอะ) แต่พอดูจบฉันได้เข้าใจชีวิต ไม่ใช่ของ IRIS แต่เป็นของตัวฉันเอง คุณป้า IRIS เหมือนสอนฉันผ่านหนังเรื่องนี้ ในเรื่องการรู้จักตัวเอง การต่อสู้เพื่อสิ่งที่ตนรักและต้องการ การไม่สนใจว่าผู้อื่นจะคิดอะไร การมั่นใจกับสิ่งที่ทำ การช่วยเหลือผู้อื่นในด้านการให้ความร่วมมือกับผู้คนมากหน้าหลายตา การได้ช่วยแนะนำนักศึกษาเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจสิ่งที่ตัวเองจะต้องทำทั้งมุมกว้าง เชิงลึกและมุมมองที่แปลกออกไป

ยังมีการให้ข้อคิดในเรื่องศัลยกรรม รวมถึงเรายังสัมผัสกับธรรมะได้จากการที่ป้า IRIS ค่อย ๆ ปล่อยให้สิ่งของที่สะสมอยู่จากไป ซึ่งคุณป้าบอกว่า ถ้าแก่แล้วเราจะรู้ว่าไม่มีอะไรสำคัญอีกต่อไป

ที่ประทับใจที่สุด คือเรื่องความรักของคุณป้า IRIS นั่นเอง เป็นคู่ที่อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา เข้าใจและรู้จักกันอย่างลึกซึ้ง มันทำให้ฉันร้องไห้ เมื่อคิคว่าถ้ามีใครสักคนต้องจากไป อีกคนจะเป็นอย่างไร (ตอนที่หนังสารคดีเรื่องนี้ฉาย Carl ผู้เป็นสามี และ Albert ผู้กำกับได้เสียชิวิตแล้ว)

ตอนนี้หนังยังฉายอยู่ (SFW เซ็นทรัลเวิร์ล และ SFX เมญ่า เชียงใหม่)  ถ้าใครอยากได้แรงบันดาลใจไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่นอย่างเดียว ใครก็ดูได้ ไม่น่าเบื่อ ออกจะตลกด้วยซ้ำ แนะนำให้ไปดูนะคะ

เข้าไปดูรายละเอียดได้จากเพจนี้ค่ะ www.facebook.com/DocumentaryClubTH